รายละเอียดเกี่ยวกับ Shana


เกี่ยวกับ Shana

  เนื้อเรื่อง Animation ในแต่ละตอน







ชานะ

เกี่ยวกับ Shana

     ปัจจุบันนิยายชานะได้ออกวางจำหน่ายแล้ว 21 เล่ม โดยมีภาคหลัก 18 เล่ม และมีเล่ม 0 , S และ SII เป็นภาคเสริม นิยาย Light Novel นี้แต่งโดยยาชิจิโร ทาคาฮาชิ ภาพประกอบโดยโนอิจิ อิโตะ ประเทศไทยได้ซื้อลิขสิทธิ์มาแล้วโดยสำนักพิมพ์ Blisspublishing ในหมวด JLight ซึ่งได้ออกวางจำหน่ายเป็นภาษาไทยแล้ว 7 เล่ม (เล่ม 8 ออกในงานเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชนครั้งที่ 7 วันที่ 8-12 ก.ค. 2552) ส่วน Animation ได้ออกฉายแล้ว 2 ภาคกับภาค Movie ที่เป็นการเอาเนื้อเรื่องในนิยาเล่ม 1 มาเปลี่ยนแปลง และกำลังจะออกฉายภาค 3 ภายในปีนี้ ซึ่งประเทศไทยได้ซื้อลิขสิทธิ์ภาค 1 มาแล้วโดยบริษัท AmiGo









Anime Shana

เนื้อเรื่อง Animation ในแต่ละตอน

     เนื่องจากประเทศไทยได้ซื้อลิขสิทธิ์ภาค 1 มาแล้ว จึงขอลงเนื้อเรื่องเฉพาะของภาค 1 เท่านั้น เพื่อไม่ให้เป็นการสปอยต่อคนที่ยังไม่ได้ดู ซึ่งในภาค 1 นี้จะมี 24 ตอน ประกอบไปด้วยเพลงเปิดและเพลงปิด 4 เพลง โดยเพลงเปิดเพลงแรกคือเพลง "Hishoku no Sora" ร้องโดยมามิ คาวาดะใช้เป็นเพลิงเปิด 16 ตอนแรก เพลงปิดเพลงแรกคือเพลง "Yoake Umarekuru Shoujo" ร้องโดยโยโกะ ทาคาฮาชิใช้เป็นเพลงปิด 14 ตอนแรก เพลงเปิดเพลงที่สองคือเพลง "Being" ร้องโดยโคโตโกะใช้เป็นเพลงเปิดในตอนที่เหลือ และเพลงปิดเพลงที่สองคือเพลง "Aka no Seijaku" ร้องโดยโยโกะ ทาคาฮาชิใช้เป็นเพลงปิดตอนที่ 15-23 ส่วนตอนสุดท้ายใช้เพลง "Hishoku no Sora" เป็นเพลงปิด



     ตอนที่1 จุดจบของทุกสิ่งและจุดเริ่มต้นของสิ่งๆหนึ่ง

     โลกมนุษย์อันแสนสงบสุขที่ดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น จะมีใครรู้บ้างไหมว่าสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตบนโลกกำลังตกอยู่ในอันตราย ซาไก ยูจิ นักเรียนชั้นม.ปลายผู้มองเห็นความตายของตัวเอง ในขณะที่เขากำลังจะกลับบ้าน บ้านเมืองที่อยู่ตรงหน้าของเขาก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง สัตว์ประหลาดโผล่ออกมาดูดกลืนวิญญาณของผู้คนไปต่อหน้าต่อตา รวมทั้งตัวของเขาเองก็ด้วย ในเสี้ยววินาทีที่หัวใจเกือบจะหยุดเต้น ได้ปรากฏเด็กสาวที่ถือดาบยาวสวมใส่ชุดคลุมสีดำ ดวงตาสีเพลิงและเส้นผมอันพริ้วไหวดุจสายลมเสมือนเปลวไฟอันร้อนแรงที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่นั้นทำให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง!



     ตอนที่2 เปลวเพลิงที่ลุกไหม้

     ยูจิได้รู้ความจริงเรื่องที่ตัวเองนั้นตายไปแล้ว ตัวเขาในตอนนี้ก็คือ ทอร์ช ตัวแทน สิ่งมีชีวิตที่อยู่เพื่อรอคอยการดับสูญไปจากโลกนี้เท่านั้น การดับสูญที่เกิดขึ้นจะทำให้คนผู้นั้นหายไปจากความทรงจำของทุกๆคน ไม่มีสิ่งใดเลยที่จะทำให้ระลึกถึงหรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์ระหว่างกันก็จะสูญสิ้นไปหมด ฮิราอิ ยูคาริ เพื่อนร่วมชั้นเรียนเดียวกับยูจิก็เป็นทอร์ชที่กำลังจะดับมอดลงเช่นกัน ยูจิจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทุกๆคนไม่ลืมว่าเธอก็เคยมีชีวิต เคยนั่งเรียนอยู่ห้องเดียวกัน และเคยอยู่ในความทรงจำของทุกๆคน... และยูจิก็ได้ตั้งชื่อ "ชานะ" ให้แก่เด็กสาวผู้เรียกตัวเองว่าเฟรมเฮซตามชื่อดาบของเธอ



     ตอนที่3 ทอร์ชกับเฟรมเฮซ

     เมื่อยูคาริได้สูญสลายหายไป ชานะจึงเข้ามาแทนที่ตัวตนของเธอโดยใช้ส่วนที่หลงเหลือของลูกไฟที่กำลังจะสลายไปของยูคาริ ในการเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของทุกๆคนให้เข้าใจว่าเธอเป็นฮิราอิ ยูคาริ เพื่อที่จะอยู่ใกล้ๆยูจิให้มากที่สุดและคอยปกป้องให้พ้นจากเงื้อมมือของเหล่ากุเสะโนะโทโมการะ แต่แล้ว ฟริแอกเน่ นักล่ามิสเทสก็มาปรากฏตัวต่อหน้าชานะและยูจิ!



     ตอนที่4 เฟรมเฮซผู้สับสน

     ทุกสิ่งทุกอย่างมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น รวมไปถึงความสัมพันธ์ของเฟรมเฮซอย่างชานะและทอร์ชผู้เป็นมิสเทสอย่างยูจิด้วย ในระหว่างนั้นเอง เมอเจอรี่ เฟรมเฮซผู้มาตามล่าชายผู้ใช้ซากศพ "รามี่" ก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าต่อตาของชานะ การต่อสู้สุดเดือดระหว่างเฟรมเฮซกับเฟรมเฮซจึงเริ่มต้นขึ้น ในขณะนั้นเอง ชานะได้รู้สึกสับสนต่อความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อยูจิเข้าซะแล้ว...



     ตอนที่5 ความรู้สึกของแต่ละคน

     ชานะได้รับบาดเจ็บอย่างหนักจากการต่อสู้กับเมอเจอรี่ในครั้งก่อน ความแข็งแกร่งของชานะลดลงเพราะลังเลกับความรู้สึกที่มีต่อยูจิ เมอเจอรี่เองก็ไม่รีรอต่อการตามหารามี่โดยมีทานากะและซาโต้เป็นผู้ช่วยในการนำทางไปที่ต่างๆในเมือง คาสุมิที่แอบชอบยูจิก็ชวนกันไปเดินเล่นที่พิพิธภัณฑ์ ทำให้ยูจิได้พบกับรามี่และได้พูดคุยกันในเรื่องต่างๆ ในระหว่างนั้นการปะทะกันระหว่างฟริแอกเน่กับเมอเจอรี่ ก็เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



     ตอนที่6 ความสับสน คำวิงวอน และการเผชิญหน้า

     จากการพูดคุยกันกับรามี่ทำให้ยูจิเริ่มรู้สึกว่าตัวเองยังพอมีประโยชน์อยู่บ้างนอกจากการรอคอยการดับสูญไปเพียงอย่างเดียว ฟริแอกเน่ก็ได้เริ่มแผนการกลืนกินเมืองทั้งเมืองแล้ว โดยมีชานะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อขัดขวางและปกป้องทุกชีวิตบนโลกใบนี้ ในขณะนั้นเองยูจิก็ค้นพบว่าตัวเขาก็มีส่วนช่วยในการต่อสู้ของชานะได้!



     ตอนที่7 เฟรมเฮซทั้งสอง

     หลังจากสิ้นสุดการต่อสู้กับฟริแอกเน่ ยูจิก็อยากที่จะมีส่วนร่วมในการต่อสู้เพื่อขัดขวางแผนการของเหล่ากุเสะโนะโทโมการะ แต่ก็ต้องเจอกับการฝึกฝนสุดโหด ส่วนเมอเจอรี่ก็ไม่ลดละในการตามล่ารามี่โดยการวางเวทย์ต้องห้ามไว้ตามจุดต่างๆในเมือง เพื่อเป็นการบ่งบอกถึงตำแหน่งความเคลื่อนไหวของรามี่...!



     ตอนที่8 ก๊อบเล็ตผู้เลอโฉม

     การหลบหนีของรามี่ได้มาถึงทางตัน การเผชิญหน้ากันกับเมอเจอรี่ก็เริ่มต้นขึ้น ในตอนนั้นเองชานะก็ปรากฏตัวท่ามกลางการต่อสู้เพื่อช่วยเหลือรามี่ ซึ่งความจริงแล้วเขาก็คือสหายของอลาสโทลนั่นเอง และส่งผลให้เกิดการต่อสู้กันระหว่างชานะกับเมอเจอรี่ขึ้นอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ต่างกันมากเพราะชานะรู้สึกถึงพลังและความมั่นใจที่มีเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้การต่อสู้กันในครั้งนี้ดุเดือดและรุนแรงมากขึ้นหลายเท่า...!



     ตอนที่9 พูลไซด์แห่งความรักและความปรารถนา

     อิเคะได้เอาตั๋วเที่ยวสวนน้ำที่เพิ่งเปิดใหม่มาแจกเพื่อนๆ และนัดไปว่ายน้ำเล่นด้วยกัน นี่เป็นโอกาสที่สาวๆจะได้ใส่ชุดว่ายน้ำสวยๆที่ไม่สามารถใส่ได้ในโรงเรียน ชานะเองก็เพิ่งได้รู้จักการใช้ชีวิตของมนุษย์โลกเป็นครั้งแรก และได้รับชุดว่ายน้ำใหม่จากแม่ของยูจิอีกด้วย แล้วที่สวนน้ำนั่นเองก็มีจัดการแข่งขันม้าศึกเพื่อชิงของรางวัล ยูจิ เพื่อนๆ และชานะจึงเข้าร่วมการแข่งขันด้วย!



     ตอนที่10 ความรู้สึกที่พัวพัน

     การฝึกฝนของยูจิยังไม่มีความคืบหน้าขึ้นเลย ชานะที่คาดหวังในตัวยูจิก็เกิดความผิดหวังขึ้นเช่นกัน ยูจิที่ได้นัดกับชานะไว้หลังเลิกเรียนเพื่อฝึกซ้อมการต่อสู้ก็ต้องผิดนัด เพราะคาสุมิต้องการให้เขาไปเป็นตัวแทนเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการนักเรียน ทำให้ชานะเกิดความไม่พอใจและออกไปสู้กับรินเนะที่คลุ้มคลั่งตามลำพัง!



     ตอนที่11 ยูจิ กับ ชานะ และจูบ

     การควบคุมพลังของชานะก้าวขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้วด้วยการควบคุมการสร้างปีกของตนได้ดั่งใจต้องการ ชานะได้ดูละครทีวีและเห็นฉากจูบก็เกิดความไม่เข้าใจในการกระทำและความสัมพันธ์ของมนุษย์ เพราะเรื่องจูบนี่เองที่ทำให้เกิดการสนทนาปัญหาวัยรุ่นระหว่างราชาแห่งโลกกุเสะ (อลาสโทล) กับชิกุสะแม่บ้านชาวโลกมนุษย์ธรรมดา (แม่ของยูจิ) ผ่านทางโทรศัพท์ และในขณะเดียวกันสองพี่น้องสแรทและซีเรียผู้มาจากโลกกุเสะได้เข้ามาในเมืองเพื่อตามหาดาบ "นิเอะโทโนะ โนะ ชานะ"



     ตอนที่12 ดอกไม้ที่เบ่งบานอยู่ในเปล

     คาสุมิรู้สึกถึงความสนิทสนมกันของชานะกับยูจิก็เกิดความหึงหวง จึงตัดสินใจเปิดเผยความรู้สึกออกไปว่าชอบยูจิเพื่อให้ชานะออกห่าง แต่ชานะผู้ยังไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง และยังไม่รู้ว่าสำหรับตัวเธอเองแล้ว "ยูจิเป็็น...?" อีกด้านหนึ่ง สองพี่น้องสแรทและซีเรียก็วางแผนในการตามหาชานะ ด้วยพลังเวทย์ที่แข็งแกร่งและทรงอานุภาพของสองพี่น้อง ชานะที่ตกเป็นเป้าหมายก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากันได้อีกต่อไป!



     ตอนที่13 การประกาศสงครามหลังโรงเรียน

     ชานะเสียท่าให้กับสองพี่น้องสแรทและซีเรีย การโจมตีอันโหดร้ายมีเป้าหมายเพียงสิ่งเดียวคือแย่งชิงดาบจากชานะมาให้ได้ เมอเจอรี่ที่ดักจับความเคลื่อนไหวของกุเสะโนะโทโมการะอยู่ ก็ได้พบตำแหน่งความเคลื่อนไหว ซึ่งไม่ใช่รามี่แต่เป็นชานะซึ่งกำลังตกอยู่ในอันตราย!



     ตอนที่14 บุคคลผู้ยิ่งใหญ่

     เรื่องราวในสมัยที่ชานะไม่ได้เป็นเฟรมเฮซ อลาสโทล วิลเฮลมีน่าและซีโร่เป็นผู้ดูแลชานะอย่างใกล้ชิด ด้วยคุณสมบัติทางด้านจิตใจที่ไร้ที่ติทำให้ชานะได้รับการฝึกฝนอย่างหนักเพื่อการเป็นเฟรมเฮซคนใหม่ในอนาคต "ปราสาทสวรรค์" คือที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ และที่แห่งนี้ยังเป็นโฮกุที่มีพลังในการอำพรางตนจากเหล่ากุเสะโนะโทโมการะที่ต้องการขัดขวางการกำเนิดใหม่ของนักรบแห่งเปลวเพลิงสวรรค์ แต่แล้ววงล้อแห่งโชคชะตากำลังหมุนไปสู่เส้นทางแห่งอนาคตที่ไม่อาจคาดเดาได้!



     ตอนที่15 วันที่เปลวเพลิงถือกำเนิด

     เมื่อปราสาทสวรรค์ถูกเปิดออก เหล่ากุเสะโนะโทโมการะจึงรู้ตำแหน่งที่อยู่และบุกเข้ามา ซีโร่ นักรบโครงกระดูกผู้มีฉายาว่า "ดาบแห่งสายรุ้งสวรรค์" จึงต่อสู้อย่างเต็มกำลังเพื่อปกป้องชานะ วิลเฮลมีน่าจึงให้ชานะทำพันธสัญญากับอลาสโทลในการสืบทอดพลังเปลวเพลิงแห่งสวรรค์เพื่อปฏิบัติภารกิจในฐานะเฟรมเฮซคนใหม่ในนาม "นักล่าเนตรเกศาสีแดงเพลิง" ในเวลานั้นเอง นักรบในชุดเกราะญี่ปุ่น เทนโมกุ อิคโคะ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นมิสเทสที่เลวร้ายที่สุดในโลกได้ปรากฏตัวขึ้น!



     ตอนที่16 นักล่าเนตรเกศาสีแดงเพลิง

     ปราสาทสวรรค์ถูกทำลาย นักล่าเนตรเกศาสีแดงเพลิงที่เพิ่งทำพันธสัญญากับราชาแห่งเปลวเพลิงสวรรค์อลาสโทลก็ต้องพบกับอิคโคะ มนุษย์ผู้เป็นมิสเทสด้วยความตั้งใจของตัวเองเพื่อแบกรับหน้าที่ในการแสวงหาเฟรมเฮซที่แข็งแกร่งและคู่ควรกับดาบ "นิเอะโทโนะ โนะ ชานะ" การเผชิญหน้ากันระหว่างมิสเทสผู้แข็งแกร่งและเฟรมเฮซแห่งเปลวเพลิงสวรรค์ผู้แข็งแกร่งที่สุด! ก็ได้เริ่มต้นขึ้น...



     ตอนที่17 การเริ่มต้นครั้งใหม่

     หลังจากที่คาสุมิเปิดเผยความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมากับชานะ ทำให้ชานะรู้สึกว่าจะยอมแพ้ไม่ได้ จึงขอร้องให้ชิกุสะ(แม่ยูจิ)สอนทำข้าวกล่องเพื่อเอาใจยูจิ ความพยายามในการกระทำบางอย่างที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อน ทำให้ชานะเริ่มเข้าใจใน "บางสิ่ง" มากขึ้น ส่วนคาสุมิก็ไม่ลดละต่อความพยายามที่จะเผยความรู้สึกจึงชวนยูจิไปเที่ยวงานเทศกาลมิซาโกะเพื่อที่จะบอกความรู้สึกทั้งหมดให้รู้ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อคาสุมิได้พบกับ "คามชิม" ผู้มายังโลกเพื่อแก้ไขเมืองที่มีความบิดเบือนสูง คามชิมต้องการความร่วมมือจากคาสุมิจึงให้เธอได้เห็นถึงความบิดเบือนของโลกที่อยู่ตรงหน้า ภาพที่เห็นก็คือทอร์ชที่สูญสลายไปอย่างไร้ร่องรอย สิ่งเดียวที่คาสุมิเป็นกังวลก็คือ กลัวว่ายูจิจะหายไปเหมือนทอร์ชพวกนั้น ในอีกด้านหนึ่ง องค์กรแบวแมสคที่นำโดย 3 ผู้นำก็ได้เริ่มเคลื่อนไหวเพื่อตามหายูจิ สิ่งเดียวที่พวกเขาต้องการก็คือ "เรจิ ไมโกะ!"



     ตอนที่18 ความปรารถนาที่แหลกสลาย

     คำพูดคุยของชานะและอลาสโทลทำให้ยูจิเป็นกังวลเรื่องที่แบวแมสคจะมายังโลกเพื่อตามหาสมบัติล้ำค่าบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในตัวของเขา จากคำแนะนำก็คือยูจิจะต้องออกไปจากเมืองเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น แต่ว่างานเทศกาลมิซาโกะกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว สาวๆต่างเป็นปลื้มกับการที่จะได้ใส่ชุดยูคาตะรวมถึงเฟรมเฮซผู้ไม่เข้าใจการใช้ชีวิตของมนุษย์อย่างชานะด้วย การทดลองของศาสตราจารย์โรคจิตดันทารีออนก็ได้ดำเนินแผนการบางอย่างท่ามกลางงานเทศกาลที่มีผู้คนมากมาย สัญลักษณ์เวทย์ขนาดมหึมาได้ปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้า เหล่าเฟรมเฮซและมิสเทสต่างประหลาดใจที่ไม่อาจจับสัมผัสจิตที่มุ่งร้ายได้!



     ตอนที่19 ในระหว่างการต่อสู้

     การบุกรุกในครั้งนี้เหนือความคาดหมายของเหล่าเฟรมเฮซ ศาสตราจารย์ดันทารีออนและผู้ช่วยของเขาเป็นหุ่นยนต์เครื่องจักรชื่อโดมิโน่ อีกทั้งสัญลักษณ์เวทย์ได้ครอบคลุมไปเกือบจะทั่วเมืองแล้ว เรื่องราวความเป็นจริงได้ถูกเปิดเผย เมื่อคาสุมิรู้ว่าชานะเองก็เป็นเฟรมเฮซ ทางด้านยูจิก็พบว่าผู้ช่วยของเมอเจอรี่ก็คือซาโต้และทานากะนั่นเอง การเตรียมการของศาสตราจารย์ได้เสร็จสิ้นลง เหลือแค่เพียงจิ๊กซอร์วอีกเพียงชิ้นเดียวที่อยู่ในมือของเขาเท่านั้น และแล้วแผนการทั้งหมดก็จะสำเร็จเสร็จสิ้น ซึ่งเป้าหมายที่แท้จริงยังไม่มีใครรู้ การร่วมมือกันของ 3 เฟรมเฮซ (ชานะ, เมอเจอรี่และคามชิม) และอีก 1 มิสเทส (ยูจิ) ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!



     ตอนที่20 วิลเฮลมีน่าผู้ไร้หัวใจ

     หลังจากการจากกันของชานะและวิลเฮลมีน่าที่ปราสาทสวรรค์ ขณะนี้เฟรมเฮซทั้ง 2 ก็ได้พบกันอีกครั้งด้วยสาเหตุของเรจิ ไมโกะ เมื่อวิลเฮลมีน่าได้พบกับชิกุสะ และได้มีการสนทนากันทำให้วิลเฮลมีน่าเข้าใจสถานการณ์ต่างๆและคิดว่าชิกุสะนี่เองที่ทำให้จิตวิญญาณนักล่าของเนตรเกศาเสื่อมถอย อีกทั้งยังไม่ชอบให้ใครๆเรียกชานะด้วยชื่อที่ยูจิตั้งให้อีก การสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงไปในตัวของชานะทำให้วิลเฮลมีน่ามีความตั้งใจที่จะทำการขจัดความลังเลในหัวใจของชานะออกไป โดยการกำจัดมิสเทสอย่างยูจิ!



     ตอนที่21 ความรู้สึกที่สวนทางกัน

     ความตั้งใจอันแรงกล้าในการกำจัดมิสเทส(ยูจิ)ของวิลเฮลมีน่าทำให้เธอต้องปะทะกับชานะ! ยิ่งทำให้เห็นถึงจิตใจที่เปลี่ยนแปลงไปของชานะมากขึ้นทุกที ๆ ฟูเซ็ตสึได้ถูกกางออกอีกครั้ง เหตุการณ์ไม่คาดฝันได้เกิดขึ้น ปราสาทดาวทมิฬฐานทัพของแบวแมสคได้ปรากฏขึ้นท่ามกลางม่านฟ้าในเมืองมิซากิ! เบลเปโร่ ตุลาการผู้บิดเบือนเหตุผลก็ได้ปรากฏตัวออกมา เป้าหมายของพวกเขาก็คือการสร้างโฮกุที่เรียกว่า "หยกแห่งพลังการคงอยู่" การจู่โจมของเหล่านักล่าเพื่อแย่งชิงเรจิ ไมโกะ!



     ตอนที่22 เปลวเพลิงที่ริบหรี่

     ชานะบาดเจ็บหนักจากการเอาร่างกายเข้าปกป้องยูจิ อีกทั้งยูจิยังถูกพวกแบวแมสคลักพาตัวไปยังปราสาทดาวทมิฬ แผนการทุกอย่างกำลังจะดำเนินไปถึงขั้นตอนสุดท้าย โดยมีเฮคาเต้ เจ้าผู้ครองบัลลังก์ผู้จะบรรจบแผนการนี้ด้วยการรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเรจิ ไมโกะที่อยู่ในตัวยูจิ เพื่อให้โฮกุปลดปล่อยพลังการคงอยู่จำนวนมหาศาลออกมา พลังที่ได้ก็คือพลังการฟื้นฟูอันไร้ขีดจำกัด ส่วนชานะก็กำลังตัดสินใจในการเลือกเส้นทางของตัวเองพร้อมกับวิลเฮลมีน่า และเมอเจอรี่ก็กลับเข้ามาในเมืองมิซากิอีกครั้ง



     ตอนที่23 การต่อสู้ที่ปราสาทดาวทมิฬี่

     ชานะและวิลเฮลมีน่ารีบบุกไปยังปราสาทดาวทมิฬเพื่อช่วยยูจิและยับยั้งแผนการของแบวแมสค โดยมีศาสตราจารย์ดันทารีออนต้อนรับการมาของพวกเขา กองทัพโดมิโน่จำนวนมหาศาลที่ออกมาตั้งรับและยังมีกับดักดูดพลังการคงอยู่ของผู้บุกรุก และแล้วเมอเจอรี่ก็ปรากฏตัวขึ้น แต่การมาของเขาทำให้ชุนไนและเบลเปโร่ต้องออกโรงเอง!



     ตอนที่24 ความรู้สึกของคนสีเพลิง

     การต่อสู้รุนแรงและดุเดือดมากขึ้นทุกขณะ โดยมีเมืองมิซากิและทุกชีวิตในเมืองแห่งนี้เป็นเดิมพัน ทำให้เหล่าเฟรมเฮซยอมแพ้ไม่ได้โดยเด็ดขาด เฮคาเต้ที่รู้สึกมาตลอดว่าตัวตนของเขาว่างเปล่าได้ถูกเติมเต็มโดยยูจิ แต่แล้วกลับเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น ด้วยความเสียใจของเฮคาเต้ทำให้เธอปลดปล่อยพลังการคงอยู่ที่จำนวนมหาศาลออกมาและนั่นจะทำให้เมืองทั้งเมืองสูญสลายหมดสิ้น และการหยุดยั้งก็มีเพียงวิธีเดียวคือต้องปลดปล่อยพลังเปลวเพลิงแห่งสวรรค์ ซึ่งก็ต้องแลกด้วยชีวิตของเฟรมเฮซนักล่าเนตรเกศาสีเพลิงอย่างชานะ!





top

กลับสู่หน้าเมนู